โคมล้านนา ถนนคนเดินเชียงใหม่
โคมล้านนา
Untitled Document


                    แม่คะนิ้งทัวร์บริการรับจัดทำแพ็คเก็จทัวร์ตามงบประมาณของหน่วยงานทั้งภายในประเทศ    และ ประเทศเพื่อนบ้าน     ดูแลเอกสารการตั้งเบิกทั้งของหน่วยงานรัฐ และ ของเอกชน จัดการติดต่อ  และ   จัดหาสถานที่ศึกษาดูงานตามความต้องการของหน่วยงานท่าน  จัดทำโครงการทัศนศึกษาดูงานสำหรับ   หน่วยงานราชการ   หน่วยงาน ภาครัฐ    อาทิเช่น    องค์การบริหารส่วนจังหวัด   องค์การบริหารส่วนตำบล   เทศบาล   สำนักงาน สาธารณสุขจังหวัด   สาธารณสุขอำเภอ  โรงพยาบาลทั้งรัฐบาลและเอกชน   หน่วยงานรัฐ วิสาหกิจต่างๆ หน่วยงานเอกชน เช่น  บริษัทประกันชีวิต บริษัทชั้นนำต่างๆ     จัดทำกิจกรรม เชื่อมความสัมพันธ ไมตรี กิจกรรม  ( walk rally จากทีมงานผู้เชี่ยวชาญมากกว่า 10 ปี  ทางบริษัท  แม่คะนิ้งทัวร์มีความเข้าใจในระเบียบการของทางราชการ  ( แม่คะนิ้งทัวร์มีทีมงานที่เป็นข้าราชการส่วนการคลังรู้และเข้าใจในระบียบการตั้งเบิกของหน่วยงานราชการเป็นอย่างดี )    แม่นยำถูกต้องกับเอกสารการตั้งเบิกต่างๆ   ในระเบียบของราชการของหน่วยงานราชการต่างๆในแบบ     ( one stop service )   บริการ รับจองห้องพัก ห้องประชุมสัมนา ห้องจัดเลี้ยง และร้านอาหารชั้นนำต่างๆทั่วประเทศ รถตู้ปรับอากาศ รถโค้ชปรับอากาศ 2 ชั้น VIP  พร้อม   ระบบไฮไฟ คาราโอเกะจอLCD  คุณภาพและมาตราฐานบริการคืองานของเรา  เรามั่นใจ

ท่องเที่ยวครั้งใด สุขใจ ใช้แม่คะนิ้งทัวร์

ติดต่อได้ทุกวันจันทร์ ถึง วันเสาร์ เวลา 08.30 น. ถึง 19.00 น. 

โทรศัพท์ /โทรสาร 053-276586 053-208900 053-800558 

มือถือ 089-5522711 - 081-4685972 - 081-6025233 

e-mail: info@maekaningtour.com     www.maekaningtour@gmail.com

 

...You will never walk alone...

เกร็ดเล็กเกร็ดน้อย
ตำนานล้านนา

           เมื่อราวพุทธศตวรรษที่ 19 บริเวณภาคเหนือตอนบน ของประเทศไทยซึ่งรวมไปถึง ดินแดนบางส่วนของประเทศพม่า จีน ลาว เคยเป็นที่ตั้งของชนกลุ่มหนึ่งที่มีการปกครองเป็นแคว้นอิสระ ในชื่อที่เรียกกันว่า ล้านนากลุ่มบ้านเมืองกลุ่มนี้มีความสัมพันธ์กันทั้งในทางการเมือง เชื้อชาติ ศาสนา ประเพณี และศิลปวัฒนธรรม มีเมืองเชียงใหม่ เป็นศูนย์กลางการปกครอง และมีความเจริญรุ่งเรืองมากในช่วง พุทธศตวรรษที่ 20-21 และได้เสื่อมสลายลงและตกอยู่ภายใต้อิทธิพลของพม่าในช่วงพุทธศตวรรษที่ 22 แต่ได้พยายามกอบกู้เอกราชได้บ้างเป็นครั้งคราว จนถึงพุทธศตวรรษที่ 24 ได้ตกเป็นเมืองขึ้นต่อกรุงรัตนโกสินทร์ และได้ถูกรวมเป็นส่วนหนึ่งของ ประเทศสยาม ในพุทธศตวรรษที่ 25 เป็นต้นมา จะเห็นได้ว่า ประวัติศาสตร์อันยาวนาน ของล้านนา ได้หล่อหลอมให้ผู้คนในดินแดนแห่งนี้มีแบบแผนทางศิลป วัฒนธรรม ประเพณี ต่างๆ ที่มีลักษณะเป็นของตนเอง มีความแตกต่างไปจากผู้คนในดินแดนอื่น

กว่าจะมาเป็นล้านนาถึงแม้ว่าสภาพภูมิศาสตร์ทางภาคเหนือจะเป็นเทือกเขาสลับซับซ้อนเป็นจำนวนมาก แต่ก็มีที่ราบลุ่มระหว่างหุบเขา มีแม่น้ำใหลผ่าน ทำให้พื้นที่ราบนี้อุดมสมบูรณ์ จึงมีคนเข้ามาอยู่อาศัยมาตั้งแต่ดึกดำบรรพ์ จนถึงตอนต้นพุทธศตวรรษที่ 19 ได้พบว่า มีกลุ่มบ้านเมืองเกิดขึ้นอยู่แล้ว กระจัดกระจาย ตามที่ราบลุ่มแม่น้ำสายต่างๆซึ่งเกิดเป็นลักษณะแคว้นเล็กๆ แต่ละแคว้นเป็นอิสระต่อกันแต่ส่วนมากจะมืความสัมพันธ์กันลักษณะเครือญาติ และทางการค้า ซึ่งมีแคว้นสำคัญๆดังนี้

แคว้นโยนก

          เป็นดินแดนที่ตั้งอยู่บริเวณที่ราบลุ่มของแม่น้ำกก แม่น้ำลาว แม่น้ำสาย และแม่น้ำโขง โดยเรียกกันว่า ที่ราบลุ่มเชียงราย ซึ่งถือได้ว่าเป็นที่ราบลุ่มที่ใหญ่มากและอุดมสมบรูณ์ จึงมีร่องรอยมนุษย์อาศัยอยู่มาตั้งแต่ก่อนประวัติศาสตร์ และมีร่องรอยของคูน้ำคันดินที่เป็นลักษณะของชุมชนโบราณกระจายอยู่โดยทั่วไป ถึง 105 แห่งและมีเรื่องราวที่เป็นตำนานปรัมปราเกี่ยวข้องกับดินแดนนี้หลายฉบับ

แคว้นพะเยา

            เป็นเมืองสำคัญตั้งอยู่ที่ราบปลายภูเขา มีชื่อในตำนานว่าภูกามยาว บริเวณรอบๆกว้านพะเยา จากตำนาน อาจกล่าวได้ว่า แคว้นพะเยาอาจเป็นส่วนหนึ่งของ แคว้นโยนก เพราะมีอาณาเขตเชื่อมต่อกับที่ราบลุ่มเชียงราย และ มีโอรสของผู้ครองเมืองหิรัญนครเงินยาง ได้แยกตัวมาตั้งหลักแหล่งที่ภูกามยาวและสร้างเมืองพะเยาขึ้น

 แคว้นน่าน

            เป็นกลุ่มบ้านเมืองเขตลุ่มแม่น้ำน่าน เดิมเป็นแคว้นอิสระ มีเมืองปัว หรือพลั่ว หรือวรนคร เป็นจุดศูนย์กลาง ซึ่งมีความสัมพันธ์อย่างใกล้ชิดกับเมืองหลวงพระบางและเมืองสุโขทัย ความสำคัญของแคว้นน่านน่าจะเป็นเพราะพื้นที่ราบลุ่มน้ำสาขาสายเล็กๆ ของแม่น้ำน่านนั้นอุดมไปด้วยแหล่งเกลือธรรมชาติ ซึ่งเป็นที่ต้องการสำหรับมนุษย์ที่อยู่ห่างไกลทะเล ดังได้พบมีบ่อเกลือทั้งที่เลิกผลิตแล้วและยังคงมีการผลิตอยู่หลายแห่งเช่นที่บ้านบ่อหลวง ตำบลบ่อเกลือใต้ อำเภอปัว จังหวัดน่าน รวมทั้งเสันทางตามลำน้ำยังเป็นเสันทางการค้า ที่สามารถติดต่อกับกลุ่มบ้านเมืองในแถบลุ่มแม่น้ำโขงและดินแดนในประเทศลาว ในช่วงพุทธศตวรรษที่ 19 แคว้นน่านได้ถูกผนวกเข้าไปอยู่ภายใต้อิทธิพลของแคว้นพะเยา และในเวลาไม่นานก็ได้ต่อสู้จนหลุดพ้นจากอำนาจของเมืองพะเยา ต่อมาอาจจะเนื่องจากการขยายตัวของประชากรมากขึ้น รวมทั้งคงมีการติดต่อค้าขายกับดินแดนตอนใต้เช่น แควันสุโขทัยมากขึ้น จึงได้มีการเคลื่อนย้ายถิ่นฐานลงมาตั้งเมืองแห่งใหม่ขึ้นใน พ..1911 ซึ่งก็คือที่ตั้งในจังหวัดน่านในปัจุบัน ในช่วงเวลาตอนต้นของอาณาจักรล้านนา แม้ว่าเมืองพะเยาจะถูกรวมเข้ากับอาณาจักรล้านนา แต่เมืองน่านยังคงเป็นแคว้นอิสระ และมีความสัมพันธ์กับแคว้นสุโขทัยอย่างใกล้ชิด จนกระทั่งตอนต้น พุทธศตวรรษที่ 21 แล้ว แคว้นน่านจึงได้ถูกผนวกเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของอาณาจักรล้านนา

 การก่อตั้งอาณาจักรล้านนา

           เกิดขึ้น เมื่อพญามังราย กษัตริย์ผู้ครองเมืองหิรัญนครเงินยาง ซึ่งถือได้ว่า เป็นปฐมกษัตริย์ของ อาณาจักรล้านนา ได้ทำการ รวบรวมหัวเมืองต่างๆที่กระจายอยู่และไม่ขึ้นแก่กัน และยกทัพไปตีเมืองต่างๆ ที่อยู่ในแคว้นโยนก เพื่อรวบรวม เข้าไว้เป็นอาณาจักรเดียวกัน ในปีพ..1805 ได้ทรงสร้างเมืองเชียงราย หลังจากนั้นได้ยกทัพไปตีเมืองต่างๆรวมทั้งแคว้นหริภุญไชย ซึ่งอยู่ในเขตราบลุ่มแม่น้ำปิง ในปีพ..1812 ยึดเมืองเชียงของได้ ปีพ..1819 ยกทัพไปตีเมืองพะเยาซึ่งในขณะนั้นพญางำเมืองครอบครองอยู่ แต่ไม่มีการรบเกิดขึ้นและเป็นมิตรไมตรีต่อกัน จึงทำให้แคว้นพะเยาเป็นอิสระ ในปีพ..1824 สามารถยึดเมืองหริภุญไชยได้ และทรงประทับอยู่ที่เมืองหริภุญไชยเป็นเวลา 2 ปี จึงได้ย้ายมาสร้างเวียงใหม่ขึ้นเป็นที่ประทับ ในปีพ..1829 ชื่อ เวียงกุมกาม ในขณะที่พญามังรายกำลังเรืองอำนาจอยู่นั้น ก็เป็นช่วงที่ อาณาจักรสุโขทัยซึ่งปกครองโดยพ่อขุนรามคำแหงมหาราช กำลังเรืองอำนาจอยู่เหมือนกัน แต่ไม่มีการสู้รบกัน เนื่องจาก พญามังราย พ่อขุนรามคำแหง และพญางำเมือง เป็นพระสหายร่วมน้ำสาบานต่อกัน ในปีพ..1839 ได้ทรงคิดจะสร้างเมืองแห่งใหม่ขึ้น จึงได้อัญเชิญ พระสหายร่วมน้ำสาบาน มาเลือกทำเล ณ บริเวณ ที่ราบลุ่มเชิงดอยสุเทพ และทรงตั้งชื่อว่า นพบุรีศรีนครพิงค์เชียงใหม่ พ่อขุนรามคำแหงทรงมีพระราชปรารภว่า เมืองนี้ข้าศึกจะเบียดเบียนทำร้ายมิได้ คนใหนมีเงินพันมาอยู่เมืองนี้จะมีเงินหมื่น ครั้นมีเงินหมื่นมาอยู่จะมีเงินแสน ส่วนพญางำเมือง ได้ถวายความเห็นว่า เขตเมืองนี้ดีจริง เพราะว่าเนื้อดินมีพรรณรังษี 5 ประการ มีชัย 7 ประการ เมืองนี้มีสิทธินักแล ส่วนกำแพงเมืองที่สร้างขึ้น กว้างด้านละ800วา ยาวด้านละ1000วา และถิอได้ว่า เมืองเชียงใหม่เป็นศูนย์กลางทางการเมือง การปกครอง เศรษฐกิจและวัฒนธรรมของอาณาจักรล้านนาหลังจากสร้างเมืองเชียงใหม่ได้ไม่นานพยาเบิก ผู้ครองนครเขลางค์ซึ่งเป็นราชบุตรของอดีตผู้ครองแคว้นหริภุญไชย ได้ยกทัพมาเพื่อจะชิงเมืองหริภุญไชยคืน แต่กองทัพเมืองเชียงใหม่รบชนะ และต่อมาสามารถยึดเมืองเขลางค์ ให้ขึ้นตรงต่อเมืองเชียงใหม่ ซึ่งนับเป็นการขยายดินแดนและรวมเอาบ้านเมืองในเขตลุ่มแม่น้ำวังเข้าไว้เป็นส่วนหนึ่งของอาณาจักรล้านนา

 

 ภาคเหนือ
จังหวัดเชียงราย

คำขวัญ
“เหนือสุดในสยาม ชายแดนสามแผ่นดิน ถิ่นวัฒนธรรมล้านนา ล้ำค่าพระธาตุดอยตุง”

ประวัติศาสตร์เมืองเชียงราย

         ครั้นพ่อขุนเม็งราย ประสูติแล้ว และเมื่อเจริญพระชันษาได้ ๒๑ พรรษา ได้เสวยราชย์ครอบครองสมบัติ ที่เมืองหิรัญนครเงินยาง เมื่อ พ.. ๑๘๐๒ พระองค์ให้เจ้าพระยามหานครทั้งหลายไปถวายบังคม หากเจ้าเมืองขัดขืนก็แต่งตั้งกองทัพออกไปปราบปราม ตีได้เมืองมอบ เมืองไร เมืองเชียง-คำ แล้วปลดเจ้าผู้ครองนครเหล่านั้น แต่งตั้งขุนนางของพระองค์ครองเมืองนั้นแทน ต่อมาหัวเมืองทั้งหลาย เช่น เมืองเชียงช้าง เป็นต้น ก็พากันมาอ่อนน้อมเป็นเมืองขึ้น เพราะเกรงเดชานุภาพ ของพ่อ-ขุนเม็งราย เมื่อพ่อขุนเม็งรายได้ทรงรวบรวมหัวเมืองฝ่ายเหนือในอาณาเขตรอบ ๆ ได้แล้ว จีงดำริจะทรงกรีฑาทัพไปแสดงฝีมือในด้านการยุทธต่อหัวเมืองฝ่ายใต้ลงมา จึงไปรวมพล ณ เมืองลาวกู่เต้า เผอิญช้างมงคล (ช้างพระที่นั่ง) ของพระองค์ได้พลัดหายไป พ่อขุนเม็งรายจึงเสด็จติดตามรอยช้างไปจนถึงดอยจอมทอง ริมแม่น้ำกก เห็นภูมิประเทศเป็นที่ราบลุ่มอุดมสมบูรณ์เป็นชัยภูมิที่ดี จึงให้สร้างเมืองใหม่ขึ้น โดยก่อปราการโอบเอาดอยจอมทองไว้ในท่ามกลางขนานนามเมืองว่า "เมืองเชียงราย"


สถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจ
1.พระธาตุดอยตุง
พระธาตุดอยตุงเป็นที่บรรจุพระรากขวัญเบื้องซ้ายของพระพุทธเจ้า นับเป็นครั้งแรกที่พระพุทธศาสนาลัทธิลังกาวงศ์ได้มาประดิษฐานที่ลานนาไทย
2.สวนแม่ฟ้าหลวง
เป็นสวนไม้ดอกไม้ประดับนานาพรรณ มีเนื้อที่ ประมาณ 10 ไร่ ออกแบบ เป็นรูปลายผ้า พื้นเมือง นอกจากจะใช้ไม้ใบไม้ดอกแล้วยังใช้ไม้ยืนต้นและซุ้มไม้เลื้อยอีกมาก กว่า 70 ชนิด
3.วัดร่องขุ่น(.เฉลิมชัย)
อยู่ในท้องที่ตำบลอ้อดอนชัย อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย เป็นวัดบ้านเกิดของอาจารย์
เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ จิตรกรชื่อดังของไทย
จังหวัดชียงใหม่
คำขวัญ 
" ดอยสุเทพเป็นศรี ประเพณีเป็นสง่า บุปผาชาติล้วนงามตา นามล้ำค่านครพิงค์ 

ประวัติศาสตร์เมืองเชียงใหม่

           เมืองเชียงใหม่มีชื่อที่ปรากฏในตำนานว่า"นพบุรีศรีนครพิงค์เชียงใหม่" เป็นราชธานีของอาณาจักรล้านนาไทยมาตั้งแต่พระยามังรายได้ทรงสร้างขึ้นเมื่อ พ.. ๑๘๓๙ นับถึงปัจจุบันมีอายุร่วมเจ็ดร้อยปี และเมืองเชียงใหม่ได้มีวิวัฒนาการสืบเนื่องกันมาในประวัติศาสตร์ตลอดมา เชียงใหม่มีฐานะเป็นนครหลวงอิสระ ปกครองโดยกษัตริย์ราชวงศ์มังราย ประมาณ ๒๐๐ ปี (ระหว่าง พ.. ๑๘๓๙ - ๒๑๐๑) ในปี พ.. ๒๑๐๑ เชียงใหม่ได้เสียเอกราชให้แก่กษัตริย์พม่าชื่อบุเรงนอง และได้ตกอยู่ภายใต้การปกครองของพม่านานร่วมสองร้อยปี จนถึงสมัยพระบาทสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชและ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ได้ทรงช่วยเหลือล้านนาไทยภายใต้การนำของพระยากาวิละและพระยาจ่าบ้าน ในการทำสงครามขับไล่พม่าออกไปจากเชียงใหม่และเมืองเชียงแสนได้สำเร็จ


สถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจ
1.วัดพระธาตุดอยสุเทพราชวรวิหาร
วัดพระธาตุดอยสุเทพนี้เป็นปูชนียสถานคู่เมืองเชียงใหม่ นักท่องเที่ยวซึ่งเดินทางมาที่จังหวัดนี้จะ ต้องขึ้นไปนมัสการพระบรมธาตุกันทุกคน
2.เชียงใหม่ไนท์ ซาฟารี
เป็นสวนสัตว์กลางคืนที่มีความสมบูรณ์พร้อม มีบริการรถรับ-ส่งเพื่อชื่นชมสัตว์ป่าในบรรยากาศ ต่าง ๆ เช่น ทุ่งหญ้าสวันนา ชมช้าง ยีราฟ ม้าลาย ด้วยรถลากเปิดโล่ง
3.อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์
แต่เดิมดอยอินทนนท์มีชื่อว่า “ดอยหลวง” หรือ “ดอยอ่างกา” ดอยหลวง หมายถึงภูเขาที่มีขนาดใหญ่และยังเป็นดอยที่สูงที่สุดในประเทศไทยอีกด้วย
จังหวัดแม่ฮ่องสอน
คำขวัญ

"หมอกสามฤดู กองมูเสียดฟ้า ป่าเขียวขจี ผู้คนดี ประเพณีงาม ลือนามถิ่นบัวตอง”

 ประวัติศาสตร์เมืองแม่ฮ่องสอน

 แม่ฮ่องสอน เดิมเป็นชุมชนบ้านป่า ไม่มีผู้ใดปกครอง คงมีแต่ชาวไทยใหญ่จากชายแดนพม่าเข้ามาอยู่อาศัย ทำมาหากินบ้างเป็นบางฤดู ความสำคัญในสมัยนั้นเป็นเพียงทางผ่านของกองทัพพม่าที่เดินทางเข้ามาตีกรุงศรีอยุธยา หรือหัวเมืองฝ่ายเหนือของไทยในสมัยกรุงศรีอยุธยาเท่านั้น สมัยกรุงรัตนโกสินทร์ ต่อมาในปี พ.. ๒๓๗๔ ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว พระเจ้ามโหตร-ประเทศ (เจ้าพระยาเชียงใหม่มหาวงศ์) เจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่ ประสงค์จะได้ช้างป่ามาฝึกใช้งานจึงบัญชาให้เจ้าแก้วเมืองมาควบคุมไพร่พล หมอครวญพร้อมด้วยกำลังช้างต่อ ออกเดินทางไปสำรวจและคล้องช้างป่าทางด้านดินแดนแถบนี้ เจ้าแก้วเมืองมาเดินทางรอนแรมจากเชียงใหม่ มาถึงที่แห่งหนึ่งทางทิศใต้ริมฝั่งน้ำปาย เห็นว่าทำเลดีและเหมาะสม เพราะเป็นที่ราบมีน้ำท่าบริบูรณ์ ทั้งยังเป็นป่าโปร่ง มีหมูป่าลงกินโป่งชุกชุม เหมาะสมที่จะจัดตั้งเป็นหมู่บ้านได้


สถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจ
1. ถ้ำแก้วโกมล
เดิมเรียกถ้ำผลึกแคลไซต์ แก้วโกมลหมายถึง ถ้ำแห่งแก้วอันงดงาม มีอยู่สองแห่งในโลกและเป็นแห่งแรกในไทย
2. ทุ่งดอกบัวตอง ดอยแม่อูคอ อำเภอขุนยวม
ดอกบัวตองจะบานเหลืองอร่ามเต็มทั่วท้องทุ่งและหุบเขาในพื้นที่เกือบ 1000 ไร่ จะบานในช่วงเดือน พฤศจิกายน - ต้นเดือนธันวาคม
3. ล่องแก่งแม่น้ำปาย
แม่น้ำปายมีความยาว 180 .ม เป็นแม่น้ำสายหลักของจังหวัดแม่ฮ่องสอนที่มีความใสสะอาดท้องน้ำ เป็นกรวดทรายในหน้าแล้งสามารถล่องแพได้เป็นช่วง ๆ แต่ละช่วงสามารถชมทิวทัศน์ที่สวยงาม
ภาคตะวันออก
จังหวัดจันทบุรี
คำขวัญ

"น้ำตกลือเลื่อง เมืองผลไม้ พริกไทยพันธุ์ดี อัญมณีมากเหลือ เสื่อจันทบูร
สมบูรณ์ธรรมชาติ สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช รวมญาติกู้ชาติจันทบุรี"

สถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจ
1. พระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช
ประดิษฐานอยู่บนเกาะกลางบึงสวนสาธารณะทุ่งนาเชย สร้างขึ้นเพื่อระลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ที่ทรงเลือกเมืองจันท์เป็นฐานที่มั่นในการรวบรวมไพร่พลไปกอบกู้เอกราช
2. ชายหาดแหลมสิงห์ คุกขี้ไก่ และตึกแดง
.ปากน้ำแหลมสิงห์ เป็นสถานที่บอกเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ โดยเฉพาะคุกขี้ไก่และตึกแดงซึ่งสร้างขึ้นในปี พ.. 2436 สมัยรัชกาลที่ 3 เรียกว่าสมัยฝรั่งเศสยึดเมืองจันท์ ทำให้เกิดเรื่องพิพาท มากมาย
3. ล่องแก่งคลองโป่งน้ำร้อน
เป็นลำคลองน้ำเชี่ยวที่ไหลผ่านเกาะแก่งและโขดหิน สองฝั่งคลองเป็นสวนผลไม้เหมาะสำหรับผู้ที่ชอบการผจญภัยและเริ่มต้นฝึกการล่องแก่งความยากของแก่งอยู่ในระดับ 1-2 ช่วง เวลาที่เหมาะแก่การล่องแก่ง คือ พ..-..
ภาคกลาง
จังหวัดนครปฐม
คำขวัญ

“ส้มโอหวาน ข้าวสารขาว ลูกสาวงาม ข้าวหลามหวานมัน สนามจันทร์งามล้น
พุทธมณฑลคูธานี พระปฐมเจดีย์เสียดฟ้า”
นครปฐม เป็นเมืองเก่าแก่ มีความเจริญ มาแต่เมื่อครั้งพระเจ้าอโศกมหาราช แห่งอินเดีย ทรงส่งสมณทูตเดินทางมาเผยแพร่ พระพุทธศาสนา ยังดินแดนสุวรรณภูมิ เมื่อประมาณ พ.. ๓๐๐ ก็ได้มีการสร้าง พระปฐมเจดีย์ขึ้นเป็นครั้งแรก นครปฐม ผ่านความเจริญเรื่อยมา หลายยุคหลายสมัย จนกลายเป็นเมือง
สถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจ
1. วัดพระปฐมเจดีย์ราชวรมหาวิหาร อ.เมือง
เป็นพระอารามหลวงชั้นเอก ชนิดราชวรมหาวิหาร เป็นที่ประดิษฐานองค์พระปฐมเจดีย์ที่ใหญ่ และสูงที่สุดของไทย ซึ่งเป็นสัญลักษณ์และใช้เป็นตราประจำจังหวัดนครปฐม
2. พิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้งไทย อ.นครชัยศรี
พิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้งไทยนี้เกิดจากแรงดลใจของผู้สร้างสรรค์กลุ่มหนึ่ง โดยสร้างเพื่อส่งเสริมเผยแพร่ และอนุรักษ์ไว้ซึ่งศิลปวัฒนธรรมและประเพณีไทย ที่นำมาแสดงในงานพิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้งไทย ได้แก่ ชุดพระอริยสงฆ์ ชุดพระบรมรูปอดีต พระมหากษัตริย์ราชวงศ์จักรี
จังหวัดสุพรรณบุรี
คำขวัญ
" สุพรรณบุรีเมืองยุทธหัตถี วรรณคดีขึ้นชื่อ เลื่องลือพระเครื่อง รุ่งเรืองเกษตรกรรม
สูงล้ำประวัติศาสตร์ แหล่งปราชญ์ศิลปิน ภาษาถิ่นชวนฟัง"
สถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจ
1. บึงฉวาก อ.เดิมบางนางบวช
บึงฉวากเดิมเคยเป็นส่วนหนึ่งของสายน้ำท่าจีน เมื่อผ่านระยะเวลาและการทับถมของตะกอนดินโคลน จึงทำให้ส่วนหนึ่งของแม่น้ำแยกตัวออกมาเป็นบึงรูปโค้ง มีขนาดใหญ่กินพื้นที่
2. อุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด
เป็นอุทยานแห่งชาติทางทะเลแห่งแรกของไทย มีความหลากหลายในระบบนิเวศพื้นที่ชุ่มน้ำสิ่งที่ นำชมได้แก่ ถ้ำพระยานคร หาดสามพระยาเขาแดง เหมาะสำหรับดูนก ล่องเรือชมธรรมชาติ มีที่พักทั้งในและรอบอุทยาน
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
จังหวัดบุรีรัมย์
คำขวัญ

"เมืองปราสาทหิน ถิ่นภูเขาไฟ ผ้าไหมสวย รวยวัฒนธรรม"
บุรีรัมย์ เป็นเมืองแห่งความรื่นรมย์ตามความหมายของชื่อเมือง จังหวัดบุรีรัมย์มากมีไปด้วยปราสาทหินใหญ่น้อย อันหมายถึงความรุ่งเรืองมาแต่อดีต
สถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจ
1. อุทยานประวัติศาสตร์ปราสาทหินพนมรุ้ง
อยู่ระหว่าง อ.นางรอง กับ อ.ประโคนชัย อยู่บนยอดเขาพนมรุ้งที่ ต. ตาเป็ก อ. เฉลิมพระเกียรติปราสาทหินสร้างในพุทธศตวรรษที่ 10 - 13 ภายในปราสาทมีห้องบรรทมสินธุ์ พนมรุ้งเป็นชื่อตั้งเดิมและถูกจารึกไว้ในหลักศิลาจารึก ที่ค้นพบบริเวณนี้ สร้างเพื่ออุทิศให้เทพแห่งพระศิวเทพเจ้าที่ สูงสุดของศาสนาฮินดูพนมรุ้ง ถือเสมือนว่า ภูเขาไกรลาศ
2. ปราสาทหนองหงส์
เป็นโบราณสถานขนาดเล็กประกอบด้วยปรางค์ 3 องค์ ก่อด้วยอิฐ ตั้งบนฐานก่อด้วยศิลาแลงต่อเนื่องเป็นฐานเดียวกัน หันหน้าไปทางทิศตะวันออกมีประตูเข้า-ออกทางด้านหน้าอีก 3 ด้าน
จังหวัดนครราชสีมา
คำขวัญ

"เมืองหญิงกล้า ผ้าไหมดี หมี่โคราช ปราสาทหินดินด่านเกวียน "
" นครราชสีมา หรือที่เรียกว่า “โคราช” เปรียบเสมือนประตูสู่ภาคอีสาน ที่อุดมสมบูรณ์ด้วยทรัพยากร และสิ่งอำนวยความสะดวกทางการท่องเที่ยว ผู้มาเยือนจะเพลิดเพลินกับกิจกรรมท่องเที่ยวที่หลากหลาย
สถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจ
1. อนุสาวรีย์ท้าวสุนารี อ.เมือง
เป็นอนุสรณ์แด่วีรกรรมอันกล้าหาญของวีรสตรีไทยหรือย่าโม ซึ่งเป็นชื่อที่เรียกกันติดปากโดยทั่วไปสร้างขึ้น พ.. 2477 ตั้งกลางเมืองอนุสาวรีหล่อด้วยทองแดงรมดำ แต่งกายด้วยเครื่องยศพระราชทานในท่ายืน มือขวากุมดาบ ปลายดาบจรดพื้นมือซ้ายท้าวสะเอวหันหน้าไปทางทิศตะวันตก
2. แหล่งโบราณคดีบ้านประสาท ต.ธารปราสาท อ.โนนสูง
เป็นแหล่งโบราณคดีแห่งที่สองต่อจากบ้านเชียงที่ได้จัดทำในลักษณะพิพิธภัณฑ์กลางแจ้ง สันนิษฐานว่ามีชุมชนอาศัยอยู่ในบริเวณนี้ตั้งแต่ก่อนประวัติศาสตร์จนถึงสมัยประวัติศาสตร์มีหลักฐาน วัฒนธรรมแบบทวารวดีและแบบเขมรโบราณ หลุมขุดค้นที่ตกแต่งและเปิดให้ชมมี 3 แห่ง
ภาคใต้
จังหวัดภูเก็ต

คำขวัญ

"ไข่มุกอันดามัน สวรรค์เมืองใต้ หาดทรายสีทอง สองวีรสตรี บารมีหลวงพ่อแช่ม" ภูเก็ต เป็นเกาะใหญ่ที่สุดของประเทศไทย มีฐานะเป็นจังหวัดหนึ่งในภาคใต้ ตั้งอยู่ทางชายฝั่งทะเลตะวันตกของประเทศไทยในน่านน้ำทะเลอันดามัน มหาสมุทรอินเดีย มีพื้นที่ประมาณ 543 ตาราง กิโลเมตร ความยาวสุดของเกาะภูเก็ตวัดจากทิศเหนือถึงทิศใต้ประมาณ 47.8 กิโลเมตร และส่วนกว้างที่สุดวัดจากทิศตะวันออกถึงทิศตะวันตกประมาณ 21.3 กิโลเมตร
สถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจ
1.แหลมพรหมเทพ
เป็นจุดชมวิวที่สวยงามของภูเก็ต อยู่ห่างจากหาดราไวย์ ประมาณ 2 กิโลเมตร เป็นแหลมที่อยู่ตอนใต้สุดของเกาะภูเก็ต ชาวบ้านเรียกว่าแหลมเจ้า จากริมหน้าผามีแนวต้นตาลลาดลงสู่ปลายแหลมที่เป็น โขดหิน สามารถเดินไปจนถึงปลายแหลมได้ มองเห็นน้ำทะเลสีเขียวมรกต และสามารถเห็นเกาะ แก้วอยู่ด้านหน้าแหลม ทางขวาจะเห็นแนว หาดทรายของหาดในหาน แหลมพรหมเทพนับเป็นสถานที่ชมพระอาทิตย์ตกที่สวยงามมากแห่งหนึ่ง

2.อ่าวป่าตอง อยู่ในเขตอำเภอกะทู้ ห่างจากตัวเมืองภูเก็ตประมาณ15 กิโลเมตร ใช้ทางหลวง 4020 ไป9 กิโลเมตร เข้าสู่ ทางหลวง 4029ไปอีก 6 กิโลเมตร เป็นอ่าวที่มีความโค้งมาก หาดทรายงดงามเป็นแนวยาว 9 กิโลเมตร น้ำ ทะเลใสสะ-อาด เหมาะแก่การเล่นน้ำมากที่สุด

3.หาดสุรินทร์ เป็นหาดที่มีชื่อเสียงของภูเก็ตอยู่ห่างจากตัวเมือง ๒๔ กิโลเมตร จากตัวเมืองภูเก็ต ใช้เส้นทาง ๔๐๒ เมื่อ ถึงอนุสาวรีย์ แล้ว ไปซ้ายมืออีก ๑๒ กิโลเมตร เป็นหาดลาดชันคลื่นจัด ไม่เหมาะแก่การเล่นน้ำบริเวณเหนือ หาดขึ้นมาเป็นสนามกอล์ฟครับ หาดสุรินทร์มีชายหาดที่ไม่เหมาะแก่การลงเล่นน้ำ เพราะมีลักษณะลาดชัน และในฤดูมรสุมจะมีคลื่นลมจัดมากครับ

4.หาดไม้ขาว หรือหาดสนามบิน ไปตามเส้นทางถนนเทพกษัตรี ผ่านทางแยกเข้าสนามบินตรงไปทางสะพานสารสิน จะมีทางแยกด้านซ้ายมือ มีป้ายบอกทางเข้า หาดไม้ขาวเลี้ยวซ้ายไป 3.5 กิโลเมตร ก็จะถึงหาดไม้ขาว ซึ่งเป็นหาดที่มีจั๊กจั่นทะเลและเต่าทะเลขึ้นมาวางไข่เช่นเดียวกับหาดในยาง

5.อนุสาวรีย์วีรสตรี อนุสาวรีย์ท้าวเทพกษัตรีย์-ท้าวศรีสุนทร ตั้งอยู่ที่สี่แยกท่าเรือก่อนถึงตัวเมืองภูเก็ต ๑๒ กิโลเมตร สร้างขึ้นเมื่อพ.ศ.๒๕๙o

จังหวัดกระบี่

คำขวัญ

" แหล่งถ่านหิน ถิ่นหอยเก่า เขาตระหง่าน ธารสวย รวยเกาะ เพาะปลูกปาล์ม งามหาดทราย ใต้ทะเลสวยสด มรกตอันดามัน สวรรค์เกาะพีพี "

กระบี่ เมืองชายทะเลในฝันงดงามด้วยหาดทรายขาว น้ำทะเลใส ปะการังสวย ถ้ำโตรกชะโงกผา และหมู่เกาะน้อยใหญ่กว่า 100 เกาะ รวมกันเป็นมนต์เสน่ห์ที่สร้างความประทับใจให้แก่นักท่องเที่ยวที่มาเยือนกระบี่ เป็นจังหวัดที่ตั้งอยู่ริมฝั่งทะเลอันดามัน อยู่ห่างจากกรุงเทพฯ 814 กิโลเมตร มีเนื้อที่ 4,708 ตารางกิโลเมตร กระบี่ ประกอบด้วยภูเขา ที่ดอน ที่ราบ หมู่เกาะน้อยใหญ่กว่า 130 เกาะ อุดมไปด้วยป่าชายเลน ตัวเมืองกระบี่มีแม่น้ำยาวประมาณ 5 กิโลเมตร ไหลผ่านลงสู่ทะเลอันดามันที่ตำบลปากน้ำ นอกจากนี้ยังมีคลองปกาสัย คลองกระบี่ใหญ่ และคลองกระบี่น้อย มีต้นกำเนิดจากเทือกเขาที่สูงที่สุดในจังหวัดกระบี่ คือ เทือกเขาพนมเบญจา จากหลักฐานทางโบราณคดี สันนิษฐานได้ว่าบริเวณเมืองกระบี่เคยเป็นแหล่งชุมชนโบราณที่เก่าแก่มากแห่งหนึ่งในประเทศไทย ตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์และต่อเนื่องมาจนถึงสมัยประวัติศาสตร์ กล่าวกันว่าดินแดนนี้แต่เดิมคือเมืองบันไทยสมอ 1 ใน 12 เมืองนักษัตรที่ใช้ตราลิงเป็นตราประจำเมือง ขึ้นกับอาณาจักรนครศรีธรรมราช นอกจากนี้ยังมีข้อสันนิษฐานเกี่ยวกับชื่อเมืองกระบี่ว่า อาจมาจากความหมายที่แปลว่าดาบ เนื่องจากมีตำนานเล่าสืบต่อกันมาเกี่ยวกับการขุดพบมีดดาบโบราณก่อนที่จะสร้างเมือง

สถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจ

1.เขาขนาบน้ำ
เป็นเขาสองลูกสูงประมาณ 100 เมตร ขนาบแม่น้ำกระบี่ด้านหน้าตัวเมือง ถือเป็นสัญลักษณ์ของเมืองกระบี่ สามารถไปเที่ยวชมได้โดยเช่าเรือหางยาวที่ท่าเรือเจ้าฟ้า ใช้เวลาเดินทางเพียง 15 นาทีเท่านั้น จากนั้นต้องขึ้นบันไดไปชมถ้ำ ซึ่งภายในมีหินงอกหินย้อย และเคยพบโครงกระดูกมนุษย์จำนวนมากมายอยู่ในบริเวณนี้ สันนิษฐานว่าอาจจะเป็นโครงกระดูกของกลุ่มคนที่อพยพมาตั้งหลักแหล่งแต่ล้มตายลง เนื่องจากเกิดอุทกภัยอย่างฉับพลัน

2.อุทยาน แห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี ตั้งอยู่ในท้องที่อำเภอเมือง จังหวัดกระบี่ ครอบคลุมพื้นที่ส่วนใหญ่ในทะเลอันดามันด้านทิศตะวันตกของภาคใต้ เป็นอุทยานแห่งชาติทางทะเลที่มีลักษณะสวยงามตามธรรมชาติ รอบๆเกาะมีปะการัง กัลปังหา ทิวทัศน์ใต้ทะเลที่งดงาม และเอกลักษณ์ทางธรรมชาติคือภูเขาหินปูนที่มีหน้าผาเป็นชั้นๆ ถ้ำที่สวยงาม ตลอดจนชายหาดยาวสะอาด สุสานหอยเจ็ดสิบห้าล้านปี ซึ่งมีเนื้อที่ทั้งหมดประมาณ 389.96 ตารางกิโลเมตร หรือ 243,725 ไร่

การเดินทาง ไปยังส่วนที่เป็นเกาะนั้น สามารถเดินทางไปได้ทั้งจากจังหวัดกระบี่ มีเรือโดยสารออกจากท่าเรือเจ้าฟ้า หรือที่หาดนพรัตน์ธารา และนอกจากนี้จากจังหวัดภูเก็ตก็มีบริการนำเที่ยวแบบเช้าไปเย็นกลับระหว่างภูเก็ตกับเกาะพีพี

การเดินทาง มาท่องเที่ยวหาดนพรัตน์ธารา สุสานหอย และอ่าวนาง ใช้เส้นทางสายตัวเมืองกระบี่-อ่าวพระนาง ซึ่งออกจากตัวเมืองไปเพียง 18 กิโลเมตรก็จะถึงหาดนพรัตน์ธารา แล้วใช้ถนนเลียบชายหาดที่เชื่อมระหว่างหาดนพรัตน์ธารากับหาดบ้านอ่าวนางไปทางทิศใต้ระยะทางประมาณ 6 กิโลเมตร

สำหรับการไปชมอ่าวพระนาง ต้องนั่งเรือไปโดยใช้เวลาประมาณ 20 นาที

จากหาดนพรัตน์ธารามีทางแยกไปสุสานหอย ระยะทางประมาณ 1 กิโลเมตร

3.อุทยาน แห่งชาติหมู่เกาะลันตา มีพื้นที่ครอบคลุมอยู่ในท้องที่อำเภอเกาะลันตา จังหวัดกระบี่ เป็นอุทยานแห่งชาติทางทะเล ตั้งอยู่ในทะเลอันดามัน ประกอบด้วยเกาะใหญ่น้อยที่สวยงามจำนวนมาก อุดมไปด้วยทรัพยากรธรรมชาติ ป่าชายหาด ป่าชายเลย แนวเขตปะการังที่สมบูรณ์ และหาดทรายรอบเกาะต่างๆ

อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะลันตา มีเนื้อที่ทั้งหมดประมาณ 151.90 ตารางกิโลเมตร หรือ 94,937.50 ไร่(แยกเป็นส่วนพื้นดิน ประมาณ 26.728 ตารางกิโลเมตร และพื้นน้ำประมาณ 125.172 ตารางกิโลเมตร)

เกาะรอก
จากจังหวัดตรังไปที่ท่าเรือ อำเภอกันตัง ซึ่งอยู่ห่างออกไประยะทางประมาณ 20 กิโลเมตร แล้วเดินทางต่อไปยังเกาะรอกซึ่งอยู่ห่างจากท่าเรือกันตังประมาณ 40 กิโลเมตร โดยการจ้างเหมาเรือเช่า ซึ่งจะใช้เวลาในการเดินทางประมาณ 3-4 ชั่วโมง หรือเดินทางจากอำเภอเกาะลันตาใหญ่ โดยการจ้างเหมาเรือที่เกาะลันตาไปยังเกาะรอกเป็นระยะทางประมาณ 58 กิโลเมตร

เกาะไหง
จากจังหวัดตรังเดินทางไปที่หาดปากเมง อำเภอสิเกา และที่หาดปากเมงจะมีเรือไปที่เกาะไหง โดยออกจากหาดปากเมงเวลา 12.00 . หรืออาจจะจ้างเหมาเรือหางยาวจากหาดปากเมงไปที่เกาะไหงก็ได้

เกาะลันตา
จากจังหวัดกระบี่-อำเภอเกาะลันตา มีรถตู้โดยสารจอดที่โรงแรมไทยโฮเต็ล วิ่งประจำทุกวันๆละเที่ยว รถออกจากกระบี่ ประมาณ 11.00 . ถึงท่าม่วง คลองท่อม ระยะทางประมาณ 80 กิโลเมตร(ระยะทางแยกบ้านทรายขาว-บ่อม่วง ตามเส้นทางหลวงหมายเลข 4042 ระยะทางประมาณ 13.25 กิโลเมตร) แล้วต่อเรือโดยสารที่บ่อม่วงไปอำเภอเกาะลันตา เรือจะออกเวลา 12.30 . ระยะทางจากบ่อม่วงไปอำเภอเกาะลันตาประมาณ 19.5 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทาง 45 นาที

……………………………………………………………

ท่องเที่ยวครั้งใด สุขใจ ใช้แม่คะนิ้งทัวร์

ติดต่อได้ทุกวันจันทร์ ถึง วันเสาร์ เวลา 08.30 . ถึง 19.00 .

โทรศัพท์ /โทรสาร 053-276586 053-208900 053-800558

มือถือ 089-5522711 - 081-4685972 - 081-6025233

              email:  info@maekaningtour.com   

                                www.maekaningtour@gmail.com

 

 

 

 

 

 

 

 

 


 


www.maekaningtour.com © copyright and all rights reserved
Powered by Good on Ya Ideas.